เลิกเชื่อผิดๆ ว่าแมวคือนักล่าหนู

แมวไม่สมควรได้ชื่อว่านักจับหนู เป็นความเชื่อที่เข้าใจกันผิดมาโดยตลอด เมื่อพูดถึงการไล่ตามหนูจะเห็นทั้งในนิทาน , ในการ์ตูนและบทกวี ที่หนูวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามของกรงเล็บอันคมกริบของเจ้าเหมียว เอาเข้าจริงแล้ว การไล่จับหนูไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแมวเลย ใครที่เคยดุเจ้าเหมียวว่าไม่ได้เรื่อง จับหนูไม่เก่ง คงต้องหันกลับไปทำดีกับแมวเพราะเข้าใจผิดไปแล้ว

ก่อนหน้านี้มีหลายเมืองถูกหนูบุกรุกเข้ารื้อค้นอาหาร กัดทำลายสิ่งของ ด้วยความเชื่อเรื่องสัญชาติญาณการล่าสัตว์ของแมวที่ไม่น่าจะต่างจากเสือที่เป็นสายพันธุ์พี่น้อง ชาวเมืองจึงพากันเลี้ยงแมวดุๆ หวังให้ช่วยไล่ล่าควบคุมประชากรหนู ชาวเมืองปล่อยแมวไปตามถนน คิดว่าธรรมชาติของนักล่าจะช่วยกำจัดหนูให้ได้ แก้ปัญหาหนูชุกชุมง่ายๆ เหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก แต่ผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าแมวไม่ได้ช่วยจับหนูเลย

เมื่อไม่นานมานี้ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม (Fordham University) มหาวิทยาลัยวิจัยเอกชนชื่อดังในรัฐนิวยอร์ก ซิตี้ สหรัฐอเมริกา กำลังศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของหนูในพื้นที่วิจัยแบบปิดคือโรงงานรีไซเคิลในเมืองบรู๊คลิน ดูว่าหนูจะกลายเป็นเหยื่อของแมวจริงหรือไม่ นักวิจัยได้ตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อดูว่าแมวและหนูจะมีปฏิสัมพันธ์อย่างไร ต่อมาตัดสินใจปรับแนวทางการวิจัยใหม่เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่สุด โดยเปลี่ยนหัวข้อการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจว่าแมวแสดงออกอย่างไรเมื่อเห็นพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของหนู

สิ่งที่น่าสนใจคือผลการค้นหาไม่ใช่เรื่องเล่าที่ใครๆ เคยคิด ตลอดระยะเวลา 5 เดือนกล้องจับภาพแมวพยายามจับหนูได้ 3 ครั้งเท่านั้น และมีเพียง 2 ครั้งที่ประสบความสำเร็จ ทั้งที่ในสถานที่ตั้งโรงงานนั้นมีหนูจำนวนมากถึง 150 ตัว ทีมนักวิจัยนำ Michael Parsons กล่าวสรุปงานวิจัยใหม่นี้ว่า แมวไม่ใช่ศัตรูธรรมชาติของหนู ผิดจากที่คนส่วนใหญ่เชื่อมาโดยตลอดว่าสัตว์สองชนิดไม่ถูกกัน อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ความจริงแล้วจะเห็นว่าแมวชอบล่าเหมือนกัน แต่ชอบเหยื่อขนาดเล็กกว่า อาจจะเป็นแมลงสาบหรือนกตัวเล็กๆ

ผลการวิจัยเรื่องของ แมวจับหนู

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันผลการวิจัยว่า แมวเป็นสัตว์ที่จับหนูได้ดี แต่ไม่สนใจจะจับเท่าไร โดยเฉพาะหนูที่มีขนาดใหญ่และดุร้าย แมวก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย หนูตัวเล็กมีน้ำหนักระหว่าง 20 ถึง 35 กรัม ในขณะที่หนูตามท่อระบายน้ำอาจมีน้ำหนักถึง 240 กรัม ทั้งยังมีฟันคมที่ทำร้ายให้เลือดตกยางออกระหว่างเผชิญหน้ากัน แต่ถึงจะมีหลักฐานมายืนยัน คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อมั่นความคิดที่ว่าแมวเป็นนักล่าหนูโดยธรรมชาติ พอมีหนูมารบกวน ก็คิดจะเลี้ยงแมวช่วยจับหนูอยู่เสมอ นักวิจัยกล่าวว่า คงได้ผลดีกับหนูสายพันธุ์เล็กเท่านั้น เหตุผลที่คนคิดว่าแมวล่าหนูเก่ง เพราะเห็นพฤติกรรมของหนูที่วิ่งหนี หนูจะใช้เวลาหลบซ่อนกบดานนานมากขึ้น จะขยับไปรอบๆ อย่างระมัดระวังภายในซอกหลืบในเงามืดโดยหวังจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแมว อาจเป็นเพราะประเมินความเสี่ยงศัตรูตัวที่ตัวใหญ่กว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าแมวจะจับหนูได้เสมอไป

ผลการวิจัยเรื่องของ แมวจับหนู