5 ธรรมชาติพื้นฐานของแมวที่ควรรู้ก่อนเลี้ยง

5 ธรรมชาติพื้นฐานของแมวที่ควรรู้ก่อนเลี้ยง

“แมว” ถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับมนุษย์มานับพันปี ตั้งแต่สมัยอารยธรรมอียิปต์โบราณ ด้วยลักษณะนิสัยที่เป็นสัตว์เข้าใจยาก มีความอินดี้สูง หากอารมณ์ดีก็มักเข้ามาออดอ้อน แต่หากอารมณ์บ่จอยก็มักจะโนสนโนแคร์อะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การจะพูดว่าแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำความเข้าใจไม่ได้ก็ออกจะเกินไปหน่อย เพราะความจริงแล้ว แมวทุกตัวย่อมมีธรรมชาติพื้นฐานคล้าย ๆ กัน เพียงแต่เราอาจจะยังไม่รู้จักธรรมชาติของเขาดีพอ

ดังนั้น วันนี้เราจึงมี 5 ธรรมชาติพื้นฐานที่ทาสแมวต้องรู้ก่อนเลี้ยงแมวมาฝากกัน

1.แมวยังเป็นสัตว์ “กินเนื้อ”
แมวมีธรรมชาติแตกต่างไปจาก “สุนัข” ที่เลี้ยงกันไว้ตามบ้าน เพราะน้องหมากินได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์คล้ายกับมนุษย์เรา แต่สำหรับเจ้าเหมียวแล้ว แม้พวกมันจะดูน่ารักน่าฟัดมากแค่ไหน ธรรมชาติพื้นฐานของมันก็ยังเป็นสัตว์กินเนื้ออยู่นั่นเอง ซึ่งหมายความว่าพวกมันต้องการอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นหลัก เพราะแมวต้องการกรด “อะมิโนทอรีน” ซึ่งไม่มีในอาหารจำพวกพืช และหากขาดกรดชนิดนี้จะทำให้เจ้าเหมียวเกิดความผิดปกติกับอวัยวะต่าง ๆ ทั้ง ตาบอด, หัวใจล้มเหลว รวมถึงระบบสืบพันธุ์ใช้การไม่ได้เลยทีเดียว

2.แมวก็ยังเป็น “นักล่า”
เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่เป็นผลพวงมาจากข้อ 1 นั่นเอง แม้แมวส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการให้มีความดุร้ายน้อยลง (น้อยลงแล้วจริง ๆ นะ) เพราะพวกมันต้องอยู่ร่วมกับมนุษย์มาตลอดหลายพันปี แต่สัญชาตญาณนักล่าที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษก็ยังมีหลงเหลืออยู่ ดังนั้น เราจึงเห็นเจ้าเหมียวมักชอบไล่จับสัตว์เล็ก ๆ เช่น หนู จิ้งจก แมลงต่าง ๆ หรือแม้แต่นก อยู่บ่อย ๆ นั่นเอง

3.แมวนอนหลับมากกว่าตื่น
ธรรมชาติอย่างหนึ่งของแมว คือ พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนอน ซึ่งแมวนอนถึงวันละ 15 – 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแมวในปัจจุบันมีวิวัฒนาการให้มีกิจกรรมในชีวิตประจำวันน้อยลง เพราะมักถูกเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีจากมนุษย์ที่เป็นทาสพวกมัน ทำให้มันแทบไม่ต้องออกไปหาอาหารเองอีกต่อไป และข้อสำคัญคือพวกมันไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อเหมือนคนเราได้ ทำให้พวกมันเลือกที่จะนอนเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง

4.แมวเป็นสัตว์สันโดษ ไม่ชอบเข้าสังคม
ธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งของแมว คือ มันเป็นสัตว์รักสันโดษ แม้จะเป็นแมวที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน พวกมันก็มักจะไม่ชอบการกินอาหารร่วมกัน โดยเฉพาะอาหารที่อยู่ในชามเดียวกัน ดังนั้น อย่าแปลกใจหากคุณพบว่าเจ้าเหมียวเมินอาหารในชามที่เพื่อนมันกินไว้ ทางทีที่ควรจัดสรรปันส่วนพื้นที่ให้พวกมันอย่างเหมาะสมจะดีกว่า

5.แมวมีลิ้นจระเข้
ธรรมชาติของแมวมีต่อมรับรสน้อยกว่ามนุษย์เราถึง 18 เท่า ทำให้พวกมันไม่ค่อยรู้จักรสชาติมากนัก โดยเฉพาะรสหวานที่พวกมันไม่สามารถรับรสได้เลย แต่พวกมันมีประสาทรับกลิ่นที่ดีกว่ามนุษย์เราถึง 12 เท่า ดังนั้น เวลากินอาหาร พวกมันจะตัดสินความน่ากินของอาหารด้วย “กลิ่น” มากกว่าความอร่อย ดังนั้น คุณควรหมั่นสังเกตว่าน้องเหมียวที่บ้านคุณมันแฮปปี้กับอาหารกลิ่นไหนมากที่สุด ไม่อย่างนั้นคุณอาจถูกพวกมันเมินเวลาให้อาหารได้ง่าย ๆ

ก่อนจะเริ่มเลี้ยงแมวจึงควรทำความเข้าใจลักษณะพื้นฐานโดยธรรมชาติของแมวให้ดีเสียก่อน ยังมีลักษณะนิสัยของแมวอีกหลายประการที่คุณจะต้องศึกษาไปด้วยระหว่างเลี้ยงแมว หากมีข้อสงสัยก็สามารถปรึกษาเพื่อน ๆ ที่เลี้ยงแมวเหมือนกันในสังคมออนไลน์ได้